แสงหนึ่งคือรุ้งงาม

แสงหนึ่ง
บอยด์ โกสิยพงษ์ แต่ง
นักเรียนทุนดนตรีคลาสสิค ขับร้อง
รู้ไหมว่าเราซาบซึ้งใจแค่ไหน
และรู้ไหมว่าเรานั้น ปลาบปลื้มเท่าไหร่
ที่ได้มีเธอ เป็นพลังอันสำคัญ
เพราะว่าเรานั้นรู้เธอทำเพื่อใคร
เหน็ดเหนื่อยแค่ไหน เธอไม่ไหวหวั่น
เพื่อที่จะให้เรานั้นได้เดินต่อไป
แม้ว่าจะไม่มีใครมองเห็นเธอ
แต่ว่าสำหรับเรานั้น...
เธอเหมือนดังกับแสง ที่มองไม่เห็น
แต่เมื่อส่องมาสะท้อน สิ่งที่ซ่อนเร้น
ก็เด่นชัดขึ้นทันที
เปรียบเธอกับแสง แม้ไม่มีสี
แต่เธอก็สะท้อน ความจริงให้โลกนี้
ได้พบเห็นสิ่งดี ๆ ว่างดงามเพียงใด
ถึงแม้ว่าพรุ่งนี้ จะเป็นเช่นไร
วันและคืนจะหมุนเปลี่ยนสักเท่าไหร่
เรานั้นก็แน่ใจ ว่าจะมีเธอยืนอยู่ข้างหลัง
แม้ว่าจะไม่มีใครมองเห็นเธอ
แต่สำหรับเรานั้น...
เธอเหมือนดังกับแสง ที่มองไม่เห็น
แต่เมื่อส่องมาสะท้อน สิ่งที่ซ่อนเร้น
ก็เด่นชัดขึ้นทันที
เปรียบเธอกับแสง แม้ไม่มีสี
แต่เธอก็สะท้อน ความจริงให้โลกนี้
ได้พบเห็นสิ่งดี ๆ ว่างดงามเพียงใด
จึงอยากขอมอบเพลง เพลงนี้ให้
ให้เธอรับรู้ว่าสำหรับเรา เธอสำคัญเพียงไหน
เธอเป็นดั่งแสง ที่มองไม่เห็น
แต่เมื่อส่องมาสะท้อน สิ่งที่ซ่อนเร้น
ก็เด่นชัดขึ้นทันที
เปรียบเธอกับแสง แม้ไม่มีสี
แต่เธอก็สะท้อน ความจริงให้โลกนี้
ได้พบเห็นสิ่งดี ๆ ว่างดงามเพียงใด
แต่เธอก็สะท้อน ความจริงให้โลกนี้
ได้พบเห็นสิ่งดี ๆ ว่างดงามเพียงใด
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ พระผู้เปรียบประดุจรุ้งงาม (บทบรรณาธิการ)
ขอกราบอนุญาตยกบทคำนำตอนหนึ่งจากหนังสือ แสงหนึ่งคือรุ้งงาม ที่ท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม
พระธิดาในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ มาประกอบบทความในวันนี้
ด้วยความระลึกและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณในเจ้้ากรมหลวงฯ อย่างสุดซึ้ง "หนังสือ แสงหนึ่งคือรุ้งงาม
แบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือ แสงหนึ่ง เป็นพระประวัติอย่างสั้น แต่ได้ใจความ อาศัยภาพเป็นเครื่องอธิบาย
อีกส่วนหนึ่ง คือรุ้งงาม ซึ่งอธิบายว่า แม่เปรียบเสมือนแสงหนึ่ง ที่ส่องสะท้อนเป็นรุ้ง 7 สีที่สวยงาม
และแต่ละสีสื่อความหมาย เช่น แม่เป็นคนเรียบง่าย แม่มีพลังสร้างสรรค์ แม่มีความเมตตา และอื่นๆ จนครบ 7 สี
และแสงหนึ่งนี้ยังมีความหมายที่ส่องยังบุคคลอันเป็นที่รักและเทิดทูนยิ่งของปวงชนชาวไทย คือ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเจริญพระชนมายุครบ 80 พรรษาด้วย
ลูกหวังว่า หนังสือ แสงหนึ่งคือรุ้งงาม จะเป็นประโยชน์ต่อคนที่ได้อ่าน และหากคิดสักนิดก็จะเห็นว่า
ใครก็ตามไม่ว่ายากดีมีจน ก็สามารถทำประโยชน์ให้คนอื่นได้เสมอ ไม่มากก็น้อย"
เป็นที่ประจักษ์แจ้งในหมู่พสกนิกรว่า สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
ทรงใกล้ชิดและทรงรักพระอนุชาธิราชทั้งสองพระองค์อย่างมากล้น
ดังความตอนหนึ่งปรากฏในหนังสือแสงหนึ่งคือรุ้งงามว่า "ข้าพเจ้าอยากเห็นน้องใกล้ๆ และอยากแตะต้อง
แต่ที่โรงพยาบาลเขาก็ให้ดูเพียงหลังกระจกที่กั้นห้องเด็กไว้ เมื่อกลับมาบ้านแล้ว
ข้าพเจ้าได้ถามแหนนว่า น้องคนใหม่นี้พูดไทยได้หรือเปล่า ในที่สุดแม่และน้องก็กลับมาบ้าน
คราวนี้ข้าพเจ้าก็สนุกใหญ่ แหนนจะอาบน้ำ แต่งตัว หรือทำอะไรให้น้อง
ข้าพเจ้าต้องเข้าไปยุ่งด้วยเสมอ จนแหนนทนไม่ไหว ต้องไปฟ้องแม่
ข้าพเจ้าเลยถูกห้ามไม่ให้ไปยุ่งในเวลาเหล่านั้น"
(แหนนคือนางสาวเนื่อง จินตดุล พระพี่เลี้ยง ภายหลังได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น ท้าวอินทรสุริยา)
และอีกตอนหนึ่งในหนังสือเล่มเดียวกันนี้มีข้อความที่กินใจผู้ได้อ่านเป็นยิ่งนักคือ
"แสง ส่องสว่างอาบสะท้อนให้ผู้คนเห็นความงดงามของสรรพสิ่ง แสงมีคุณค่าที่ไม่เคยปรากฏตัว
ผู้คนไม่คิดจะค้นหา สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
ทรงเป็นดังแสงหนึ่งที่ส่องให้เห็นความงดงามบนแผ่นดินไทย เป็นดั่งแสงแห่งการให้
แสงแห่งความรัก และแสงแห่งความกรุณา
เมื่อแสงนั้นฉายผ่านท้องฟ้าจึงปรากฏเป็นรุ้งงาม 7 สี กอปรด้วย
แดง แสด เหลือง เขียว น้ำเงิน คราม ม่วง ดุจดังพระเกียรติคุณทั้งเจ็ด"
"เหนือสิ่งอื่นใด แสงหนึ่งนี้ ส่องยังผู้เป็นที่รักและเทิดทูนยิ่งของคนไทยทั้งแผ่นดิน
แสงหนึ่งนี้ ฉายสะท้อนให้เห็นความงามทั่วแผ่นดินไทย" พสกนิกรไทยทั้งแผ่นดิน
จะขอจดจารึกพระมหากรุณาธิคุณในเจ้าฟ้ากรมหลวงฯพระองค์นี้ตราบเท่าชีวิตจะหาไม่
และจะขอดำเนินตามรอยพระบาทที่ะทานไว้เป็นแบบอย่างแห่งความดีตลอดไป
วันที่ 4/1/2008
คัดลอกจากบทบรรณาธิการ นสพ.แนวหน้า

ขอเทิดทูนและตราตรึงในใจตราบนานเท่านาน
และ
ขอไว้อาลัยในฐานะพสกนิกรชาวไทยคนหนึ่ง
คุณป้าวีคะ ใจหายเนอะ
(อ้อ ใจตรงกันอีกตะหาก)